ช่วงนี้ใกล้เลือกตั้งประธานาธิบดีที่อเมริกา สื่อใหญ่น้อยเสนอข่าวคู่แข่งจากสองพรรคใหญ่ทุกวัน มีหลายคนที่รู้จักบอกว่าสื่อที่นี่ลำเอียง ซ้ายบ้าง ขวาบ้าง ว่ากันไป

ผมตามข่าวเมืองไทยจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ รู้ทั้งรู้สื่อนี้ลำเอียงสุด ๆ แต่ว่าอ่านมาตั้งแต่สมัยเรียนจบใหม่ ๆ แล้ว(หนังสือพิมพ์ทของแท้ พิมพ์บนกระดาษ ไม่ใช่บนหน้าจอคอมพ์) …เปลี่ยนความเคยชินยาก

ร่ำเรียนด้านการสื่อสารมวลชนมา จำได้ขึ้นใจที่อาจารย์บอกว่าสื่อต้องเป็นกลาง แล้วตอนนี้มีสื่อไหนบ้างที่ยังคงความเป็นกลางอยู่

เพิ่งอ่านข่าววงนูโวย้ายจากแกรมมี่ไปอยู่กับโซนี่บีเอ็มจีแล้วอึ้งไปเล็กน้อย ข่าวเขาว่า …(ย้ายค่าย) เพราะ(โซนี่)เข้าใจศิลปิน อีกทั้งการทำงานยังเป็นระบบอินเตอร์ ก่อนแจงไม่มีปัญหากับ แกรมมี่ ต้นสังกัดเก่า หากนำเพลงในอัลบั้มเดิมมาร้อง เพราะจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์แล้ว

ที่ผมอึ้งไปเล็กน้อยเนี่ย ไม่ใช่เพราะวงนี้ย้ายค่าย แต่เนื้อข่าวพูดถึงอายุของวงนูโว …20 ปี แล้ว!?!? จำได้ว่าตอนยังเยาว์ (ประมาณ ม.2) ผมซื้อเทปชุดแรกของนูโวที่แผงขายเทปที่ตลาดนัดต่างจังหวัด​(ชลบุรี) ไปกับพี่ชายและพี่เลี้ยง นึกแล้วไปหาซีดีนูโวมาฟังดีกว่า …แก้คิดถึง

เรื่องอู้งานเนี่ย ไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ บริษัทที่ทำงานอยู่มีพนักงาน​ (รวมทั้งคุณเจ้าของบริษัท) ประมาณ 40 คน แทบทุกคนในบริษัทเนี่ย เป็นโรคชอบอู้ ยกเว้นแต่เจ้าของบริษัทละมัง…

  • ผู้จัดการแผนกการเงินผู้เป็นหนอนหนังสือตัวยง มักใช้เวลาว่างเข้าไปอ่านเว็บวิจารณ์หนังสือใหม่ ๆ
  • ผู้จัดการแผนกโกดังชอบแว่บไปตีกอล์ฟ ท่านประธานฯ​ (เจ้าของบริษัท) ไม่อยู่เป็นไม่ได้ พี่แกนัดแนะคนนั้นคนนี้ ชวนไปตีกอล์ฟรอบเช้าทุกที
  • ผู้จัดการฝ่ายดีลเลอร์ เป็นหม้ายสาวใหญ่ ผมเคยเอางานไปให้ที่ออฟฟิศ เจ้แกกำลังชอปปิ๊งออนไลน์อยู่ บางทีก็คุยโทรศัพท์อี๋อ๋อกับกิ๊ก (เดาอ่ะนะ)
  • ผู้จัดการฝ่ายขายตรง ก็ชอบอ้างว่าจะเอาของไปส่งให้ลูกค้า แล้วก็แว่บออกจากบริษัทไปก่อนเลิกงานซักสองสามชั่วโมง จะบ้าหรือเปล่า เป็นผู้จัดการแผนก แล้วในแผนกก็มีเซลล์ที่มีรถบรรทุกคันใหญ่อยู่แล้ว คนที่เคยทำตำแหน่งนี้มาก่อนไม่เห็นจะต้องเอาของไปส่งเองเลย นี่แหละน้า ลุงแกชอบอู้

มีอยู่วันนึง อันนี้ขำดี ท่านประธานฯ จะเรียกคุณแดน (ผู้จัดการฝ่ายขายตรง) กับ ผจก. อีกแผนกเข้าประชุม คุณแดนแกบอกท่านประธานฯ ว่า “ขอเลื่อนเวลาจากบ่ายสองครึ่ง เป็นบ่ายสองตรงได้ไหม บังเอิญผมมีนัดตัดผมตอนบ่ายสามครึ่ง…” คิดดู จะแวบไปตัดผมในเวลาทำงานเลยนะเนี่ย เก๋าจริง

สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา มีเวลาว่างให้ตัวเองไม่ได้ เผลอคิดถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ในอดีตทุกที พอคิดถึงอดีตแล้วพาลคิดไปว่า ถ้าสมมุติว่าเราไม่ได้ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ ตอนนี้จะเป็นอย่างไร

  • ถ้าเอ็นท์ไม่ติด ตอนนี้ก็เป็นบัณฑิตคณะบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เผลอ ๆ ตอนนี้อาจทำงานในบริษัทเอกชน แล้วโพสต์นี้ก็จะไม่มีด้วย เพราะผมจะไม่รู้จักเด็กนิเทศฯ จุฬาฯ หรือไม่แน่ผมอาจกลับไปเรียนให้จบ ม.6 แล้วเอ็นท์ใหม่
  • ถ้าไม่ได้ลงทะเบียนเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ของภาคต่าง ๆ ผมก็นึกไม่ออกจริง ๆ ว่าตอนนี้จะทำงานอะไร แทบทุกภาคของที่คณะ (สมัยที่ยังเป็นนิสิต) มีวิชาคอมพิวเตอร์กราฟฟิค สอนใช้งานโปรแกรมอย่าง Photoshop, Illustrator, Pagemaker แล้วก็โปรแกรมพวกนี้แหละ ที่ทำให้ผมมีงานทำมาถึงทุกวันนี้ (เหะ)
  • สมัยเรียนปีสาม ปีสี่ ถ้าไม่มีเกมคอมพ์ อย่าง Warcraft หรือ Heroes of Might and Magic ผมคงไม่ได้สนิทกับเพื่อนขี้อวดของเล่นคนหนึ่ง ซึ่งจะว่าไป เพื่อนคนนี้เป็นหนึ่งในคนที่สับรางชีวิตผม …จำได้ว่าตอนแรก ๆ ไปก็เป็นเกม DOS บนเครื่อง 386/486 แต่ที่สนุกสุดคือช่วงที่เล่น Warcraft ตีกันบนคอมพ์สองเครื่อง
  • หลังจากอ้วนวอนขอให้พ่อซื้อรถให้ตั้งแต่เรียนจบแต่ไม่ได้ซักที ถ้าคนงานที่บ้านไม่ได้ทำรถลูกค้าเกือบพัง ผมคงไม่ได้รถโตโยต้าโซลูน่าสีฟ้าคันนั้น ไอ้ฟ้าคันนั้นไม่ใช่รถที่ทำพัง บังเอิญลูกค้าเป็นโชว์รูมขายรถ เค้าเลยบังคับพ่อซื้อรถทนที่ทำรถเค้าเกือบพัง
  • ถ้าไม่มีรถ หลาย ๆ อย่างก็จะไม่เกิดขึ้น (อืม…)
  • ถ้าไม่ได้งานที่บริษัทผลิตคอมพิวเตอร์บริษัทนั้น ผมคงไม่ได้รู้จักเพื่อนอีกคนนึงที่ลากผมให้ขับรถไปมาเลเซียด้วยกัน Road trip ครั้งนั้นทำให้ผมรู้สึกสนุกกับการขับรถไปเที่ยวมาก ๆ ตอนนั้นเราไปกันสี่คน ขับรถลงใต้จากกรุงเทพฯ แวะพักที่หาดใหญ่ ไปถึงกัวลาลัมเปอร์ จำได้ว่าไปที่ถึงแฝด แต่ไม่ได้ขึ้นไปเพราะไปถึงเวลากลางคืน
  • ประมาณสองปีหลังจากเรียนจบ (ก็ประมาณปี 1998) ถ้าตอนนั้นใจกล้านิด สองปีหลังจากนั้นผมอาจจะไม่วอกแวกอยากไปเมืองนอกเลยแม้แต่นิด
  • เดือนกันยายน ปี 2000 ถ้าตอนนั้นเพื่อนเกมคอมไม่ได้เสนอขายไอเดียมาทำงานที่อเมริกา เผลอ ๆ ป่านนี้ผมอาจจะยังทำงานอยู่บริษัทผลิตคอมพ์บริษัทเดิมก็ได้ จำได้ว่าต้นปี 2000 ผมไปสัมภาษณ์งานที่บริษัท Loxley แต่เค้าไม่ติดต่อกลับมา ตอนนั้นก็เซ็งไปหน่อยนึง ด้วยอาการเบื่องานและไม่มีอะไรฉุดดึงให้อยู่เมืองไทย ประกอบกับเพื่อนว่ามาอเมริกามีงานให้ทำแน่นอน ผมเลยตัดสินใจมา จำได้ว่าก่อนมาประมาณหนึ่งอาทิตย์ พ่อให้ตังค์ผมมา 30,000 บาท คืนก่อนเดินทางทะเลาะกับพ่อด้วย แปดปีก่อนผมเป็นลูกที่ไม่น่ารักเอาซะเลย
  • วันที่ 11 เดือนกันยายน ปี 2001 ตอนนั้นเพิ่งบินกลับมาอเมริกาหลังจากกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่เมืองไทย จำได้ว่าน้องสาวของรูมเมทโทรมาแต่เช้าตรู่ (เวลาฝั่งตะวันตกของอเมริกา) บอกว่ามีเครื่องบินชนตึก World Trade Center ในนิวยอร์ค ถ้าตอนนั้นไม่มีเหตุการณ์นี้ อเมริกาอาจไม่ได้เข้มงวดกับคนต่างด้าวในประเทศ แล้วถ้าเป็นเช่นนั้น สงสัยผมคงไม่ได้ไปลงเรียนเป็นจริงเป็นจัง ดีที่มีเพื่อนอีกสองสามคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน เลยมีคนช่วยคิดว่าเรียนที่ไหนดี
  • ถ้าตอนที่เรียน Certificate in Graphic Design ผมไม่ได้ลงเรียนวิชา Publication Design ที่สอนโดย Nancy Cutler ผมก็นึกไม่ออกเลยว่างานดีไซน์ผมจะเป็นยังไง เรียนวิชานั้นได้ความรู้เยอะมาก ๆ มี field trip ไปฟัง David Carson ที่มาพูดที่ SF State University ด้วย
  • หลังจากเรียนจบ Certificate ถ้าผมไม่ได้งานที่บริษัทที่ทำอยู่ปัจจุบัน ผมอยู่เมืองไทยมาตั้งแต่เดือนตุลา ปี 2006 แล้ว จะว่าไป ถ้า Graphic Designer คนเดิมไม่ได้วางแผนจะลาคลอด 6 เดือน เค้าคงไม่ได้ประกาศรับสมัครพนักงานใหม่ นึกไปแล้วผมควรจะขอบคุณ Madde ที่ตั้งครรภ์ (เหะ)

ถ้าตอนนี้ไม่ง่วงนอน ผมคงเขียนไปเรื่อย ๆ ถ้าจำไม่ผิด ตั้งแต่เริ่มเขียนมา ผมใช้เวลามาประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้ว สงสัยต้องขอตัว